Preserve the Beauty
of Your Smile
of Your Smile
ที่ KARIN DENTAL CLINIC เราไม่เพียงสร้างรอยยิ้ม
แต่พร้อมดูแลและคงความสมบูรณ์แบบไว้ให้คุณ
แต่พร้อมดูแลและคงความสมบูรณ์แบบไว้ให้คุณ
รีเทนเนอร์ คืออะไร?
รีเทนเนอร์ (Retainer) คือเครื่องมือคงสภาพฟันที่ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล เพื่อใช้ใส่หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว มีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการ “ล็อค” ตำแหน่งของฟันให้เรียงตัวสวยงามเหมือนตอนที่จัดฟันเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากฟันและกระดูกรอบๆ รากฟันยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวและยึดเข้าที่ การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม หรือที่เรียกว่า “ฟันล้ม” ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดของการจัดฟัน
ดูแลรอยยิ้มของคุณให้
สวยเป๊ะเหมือนวันแรก
การจัดฟันคือการลงทุนทั้งเวลาและความพยายามเพื่อรอยยิ้มในฝัน รีเทนเนอร์จึงเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์รอยยิ้มของคุณ การใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด คือการรับประกันว่าผลลัพธ์ที่สวยงามนั้นจะอยู่กับคุณไปอย่างยาวนาน ช่วยคงความมั่นใจและทำให้การลงทุนของคุณไม่สูยเปล่า
5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "รีเทนเนอร์"

ควรใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ

ควรใส่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์

ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

มีหลายประเภทให้เลือกใช้

หากชำรุดหรือสูญหาย ควรรีบติดต่อคลินิก
รีเทนเนอร์มีกี่ประเภท
ปัจจุบันรีเทนเนอร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามรูปแบบการใช้งานและวัสดุที่ใช้ทำ โดยการเลือกแบบที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพหลังการจัดฟัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต คตวามสะดวกในการดูแล รวมถึงคำแนะนำจากทันตแพทย์ ซึ่งแต่ละแบบจะมีจุดเด่นและวิธีดูแลที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer / Essix)
ทำจากพลาสติกใสชนิดพิเศษ ขึ้นรูปชิ้นต่อชิ้นตามรูปฟันของคนไข้ ครอบลงบนฟันทั้งหมดได้อย่างพอดี
- สวยงาม เป็นธรรมชาติ : เนื่องจากเป็นพลาสติกใส เวลาใส่จึงแทบมองไม่เห็น เหมาะกับคนที่ต้องใช้หน้าตาหรือบุคคลิกภาพในการทำงาน
- ใส่สบาย : แนบสนิทไปกับฟัน ไม่เทอะทะปาก ไม่รบกวนการพูดหรือการออกเสียง
- คงสภาพฟันได้ดีเยี่ยม : คลุมฟันครบทุกซี่ ทำให้ฟันไม่บิดหรือเคลื่อนหลุดตำแหน่งได้ง่าย
- อายุการใช้งานสั้นกว่า : พลาสติกมีโอกาสแตก หัก หรือบิดเบี้ยวได้หากตกหล่น หรือโดนความร้อน
- ไม่เหมาะกับคนนอนกัดฟัน : อาจทำให้พลาสติกสึกหรือแตกหักได้ง่ายขึ้น
- ระบายน้ำลายได้น้อย : หากไม่ถอดล้างทำความสะอาดให้ดี อาจเกิดคราบแบคทีเรียหรือกลิ่นปากได้
2. รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)
ทำฐานจากพลาสติกหรืออะคริลิกที่แนบกับเพดานปาก/ใต้ลิ้น และมีเส้นลาดพาดผ่านหน้าฟันเพื่อล็อคฟันไว้
- แข็งแรง ทนทานสูง : อายุการใช้งานนานหลายปี หากดูแลดี
- ปรับแต่งง่าย : หากฟันเริ่มเคลื่อนนิดหน่อย ทันตแพทย์สามารถดัดลวดเพื่อช่วยปรับขยับฟันกลับเข้าที่ได้
- เลือกลวดลายและสีได้ : ฐานพลาสติกสามารถเลือกสี ลาดลาย หรือใส่กลิตเตอร์เพิ่มความสดใสได้ตามใจชอบ
- มองเห็นชัดเจน : เห็นเส้นลวดพาดผ่านฟันหน้าชัดเจนเวลาพูดหรือยิ้ม
- อาจรบกวนการพูด : ช่วงแรกที่ใส่อาจรู้สึกเทอะทะเพดานปาก ทำให้พูดไม่ชัดหรือน้ำลายสอได้
- ลวดอาจกดเหงือก : หากลวดเบี้ยวหรือดัดผิดรูป อาจกดเหงือกจนเป็นแผลได้
3. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
เป็นเส้นลวดขนาดเล็กที่ทันตแพทย์จะใช้สารยึดติดพิเศษติดไว้บริเวณด้านหลังของฟันหน้า (มักติดที่ฟันล่างด้านในประมาณ 6 ซี่หน้า)
- ไม่ต้องกังวลเรื่องทำหาน : ลวดติดอยู่กับฟันตลอดเวลา ไม่ต้องคอยถอด-ใส่
- ป้องกันฟันล้มได้ดีที่สุด : โดยเฉพาะฟันหน้าล่างที่มีโอกาสซ้อนเกได้ง่ายหลังจัดฟัน
- ไร้ร่องรอย : ซ่อนอยู่ด้านหลังฟัน มองไม่เห็นจากภายนอก 100%
- ทำความสะอาดยาก : เศษอาหารและคราบพลัดเข้าไปติดได้ง่าย ต้องใช้ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (Superfloss) และเสี่ยงต่อการเกิดหินปูนสะสม
- หลุดโดยไม่รู้ตัว : หากลวดหลุดหรือวัสดุยึดหลุดเพียงบางซี่ ฟันซี่นั้นอาจเคลื่อนได้โดยที่เราไม่ทันสังเกต
- กัดของแข็งไม่ได้ : ต้องระวังการใชัฟันหน้ากัดอาหารแข็งๆ เพราะอาจทำให้ลวดหลุดได้
ขั้นตอนการทำรีเทนเนอร์ที่
Karin Dental Clinic
Step 1 : ตรวจสุขภาพช่องปาก
Step 2 : สแกนฟัน 3D
Step 3 : ส่งแลปผลิตชิ้นงาน (ประมาณ 5-7 วัน)
Step 4 : นัดรับรีเทนเนอร์และลองใส่เพื่อปรับความกระชับ
วิธีการดูแลรักษาและทำความสะอาดรีเทนเนอร์
ข้อควรทำ
• ควรล้างด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนๆและใช้แปรงขนนุ่มขัดเบาๆ
• ควรแช่เม็ดฟู่ทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ข้อห้ามเด็ดขาด
• ห้ามใช้น้ำร้อนล้าง : พลาสติกอาจเกิดการบิดเบี้ยวผิดรูปได้
• ห้ามใช้ยาสีฟันแปรง : ยาสีฟันมีผงขัดละเอียด จะทำให้เกิดรอยถูและเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย
• ห้ามใช้ยาสีฟันแปรง : ยาสีฟันมีผงขัดละเอียด จะทำให้เกิดรอยถูและเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย
