Balance your smile
to reveal the true teeth

เพื่อเพิ่มความยาวของฟัน เผยให้เห็นสัดส่วนฟันที่ถูกต้อง

ตัดเงือก คืออะไร?

การตัดเหงือก หรือ การตกแต่งเหงือก คือหัตถการทางทันตกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างและขอบเหงือกให้มีความสวยงามและได้สัดส่วนที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่มักใช้ในการแก้ไขปัญหา “ยิ้มเห็นเหงือกเยอะ” (Gummy Smile) ซึ่งเป็นภาวะที่เมื่อยิ้มแล้วจะเห็นเหงือกมากกว่าปกติ ทำให้ฟันดูสั้นกว่าความเป็นจริง การตัดเหงือกจะช่วยเพิ่มพื้นที่ของตัวฟันให้มองเห็นมากขึ้น ทำให้รอยยิ้มดูสมบูรณ์และน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

เผยรอยยิ้มสวยเต็มใบ
ด้วยการตกแต่งเหงือก

การตกเเต่งเหงือกคือทันตกรรมเพื่อความงามที่ช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่างและระดับของขอบเหงือกให้มีความสมดุล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประสบปัญหา “ยิ้มเห็นเหงือกเยอะ” (Gummy Smile) ซึ่งทำให้ฟันดูสั้น ไม่สมส่วน การตกเเต่งเหงือกจะช่วยให้ฟันดูยาว ขึ้นได้สัดส่วนที่สวยงาม ทำให้คุณยิ้มได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติที่สุด

dsc09811

การตัดเหงือกมีกี่วิธี?

การเลือกวิธีการตัดหรือตกแต่งเหงือกนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณเหงือกที่ต้องเอาออก, ตำแหน่ง, ความหนาของเหงือก, รวมถึงความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์และเทคโนโลยีของคลินิกนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2-3 วิธีหลัก ดังนี้ครับ

1. การตัดเหงือกด้วยเลเซอร์ (Laser Gingivectomy)
เป็นวิธีที่ทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน โดยใช้พลังงานแสงเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงในการระเหยเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกไปอย่างนุ่มนวล
จุดเด่น
  • เจ็บน้อยและเสียเลือดออกน้อยมาก: เพราะเลเซอร์จะช่วยห้ามเลือดไปในตัวขณะตัด
  • มีความแม่นยำสูง: สามารถควบคุมขอบเขตการตัดแต่งได้อย่างละเอียด
  • แผลหายเร็ว: และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังการรักษาลง
  • อาการบวมหลังการผ่าตัดน้อย: ทำให้ใช้เวลาพักฟื้นน้อย
ข้อควรพิจารณา
  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีดั้งเดิม
  • ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัย
2. การตัดเหงือกด้วยใบมีด (Scalpel Gingivectomy)
เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน ทันตแพทย์จะใช้ใบมีดผ่าตัด (Scalpel) ในการกรีดและตัดแต่งเนื้อเยื่อเหงือกส่วนเกินออกอย่างแม่นยำ จากนั้นอาจมีการเย็บแผลในบางกรณี
จุดเด่น
  • เป็นวิธีมาตรฐานที่ให้ผลการรักษาที่ดีและแม่นยำ
  • ค่าใช้จ่ายอาจเข้าถึงง่ายกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์
ข้อควรพิจารณา
  • มีเลือดออกมากกว่าและอาจมีอาการเจ็บหรือบวมหลังทำมากกว่า
  • ใช้เวลาในการพักฟื้นและรอให้แผลหายสนิทนานกว่า
  • อาจต้องกลับมาตัดไหม (ในกรณีที่มีการเย็บแผล)
3. การตัดเหงือกด้วยไฟฟ้า (Electrosurgery)
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยใช้เครื่องมือที่ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าความถี่สูงไปยังปลายเครื่องมือเพื่อตัดและจี้เนื้อเยื่อไปพร้อมๆ กัน
จุดเด่น
  • ควบคุมการตกเลือดได้ดีมาก
  • สามารถตัดแต่งเนื้อเยื่อได้อย่างรวดเร็ว
ข้อควรพิจารณา
  • อาจเกิดความร้อนที่เนื้อเยื่อโดยรอบได้หากทันตแพทย์ไม่เชี่ยวชาญ
  • ไม่เหมาะกับคนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)